วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561

บันทึกการอ่าน ครั้งที่ ๒๒

วันที่ ๑๗ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๑



ประโยชน์ทั่วไปของว่านหางจระเข้
  1. ช่วยป้องกันการเกิดฝ้าได้เป็นอย่างดี เพียงนำว่านหางจระเข้มาใช้เป็นประจำทุกวัน
  2. ใช้วุ้นของว่านหางจระเข้ผสมกับเนื้อในของเมล็ดสะบ้า จะช่วยรักษาอาการผมร่วงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยป้องกันหนังศีรษะล้านได้
  3. นำวุ้นของว่านหางจระเข้มาชโลมลงบนเส้นผม จะทำให้เส้นผมมีความสลวย ผมดกและมีความเงางามมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นมันยังช่วยป้องกันปัญหาการเกิดรังแคบนหนังศีรษะ ช่วยบำรุงต่อมที่รากผมให้มีสุขภาพที่ดี และช่วยรักษาแผลที่เกิดจากการเกาบนหนังศีรษะได้อีกเช่นกัน
  4. มีผลการทดลองในการใช้วุ้นของว่านหางจระเข้มารักษาคนไข้ที่เป็นแผลกดทับได้จนเห็นผล
  5. ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยในการลบท้องลาบหลังคลอดบุตร โดยการใช้วุ้นของว่านหางจระเข้มาทาในบริเวณท้องเป็นประจำทั้งในขณะที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์ไปจนถึงหลังคลอด
  6. การใช้วุ้นของว่านหางจระเข้มาทาในบริเวณที่เป็นเส้นเลือดขอดเป็นประจำทุกวัน จะช่วยแก้เส้นเลือดขอดเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
  7. สารที่อยู่ในว่านหางจระเข้ที่มีชื่อว่า Aloctin A เป็นสารที่สามารถรักษาโรคหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็ง โรคผิวหนัง หรือแม้แต่รักษาอาการแพ้ต่างๆ ได้เช่นกัน
  8. สามารถนำเอาวุ้นของว่านหางจระเข้มาทำเป็นของหวานเพื่อสุขภาพได้ เช่น วุ้นว่านหางจระเข้ลอยแก้ว วุ้นว่างหางจระเข้แช่อิ่ม หรือจะนำวุ้นว่านหางจระเข้มาปั่นเป็นเครื่องดื่มสุขภาพก็ได้
  9. ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยในการชะลอความแก่ชราได้ รวมทั้งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
  10. ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโนหลากหลายชนิด รวมทั้งสารอาหารชนิดต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งยังให้ประโยชน์ในหลายด้านแก่สุขภาพของคนเรา เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 วิตามินบี 12 วิตามินซี วิตามินอีและโคลีน
  11. มีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร รวมทั้งช่วยทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ เสมือนเป็นการดีท็อกซ์ล้างสารพิษที่อยู่ภายในร่างกายให้หมดไป แถมยังช่วยให้ระบบการทำงานของกระเพาะอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นมันยังช่วยลดปริมาณของเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ได้เป็นอย่างดี
  12. สารสกัดจากว่านหางจระเข้นั้นมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลภายในร่างกาย ช่วยในการควบคุมความดันโลหิต และยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ที่สำคัญยังสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจได้
  13. การทานเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ จะช่วยป้องกันและช่วยแก้อาการเมารถเมาเรือได้เป็นอย่างดี
  14. การนำวุ้นว่านหางจระเข้มาทาบริเวณผิวเป็นประจำทุกวัน จะเป็นการช่วยป้องกันอีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้
  15. ใครที่ต้องการมีผิวพรรณที่เนียนนุ่มและแลดูชุ่มชื้นตลอดเวลา ควรใช้ว่านหางจระเข้มาพอกให้ทั่วบริเวณผิวประมาณ 15 นาที แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด นอกจากนี้ ว่านหางจระเข้ยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างน่าพึงพอใจ
  16. ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยยับยั้งการติดเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว อีกทั้งยังช่วยลดรอยดำจากสิวให้จางลง และยังช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ เนื่องจากว่านหางจระเข้จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ช่วยลดความมันได้ แต่ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ใช้กับผู้ที่เป็นสิวอักเสบ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
  17. มีส่วนช่วยในการรักษาจุดด่างดำบนผิวหนังที่มาจากการเผชิญกับแสงแดดหรือจากการมีอายุที่มากขึ้น เพียงแค่นำวุ้นว่านหางจระเข้จากใบสดมาทาที่ผิววันละ 2 ครั้งหลังอาบน้ำ จะช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
ว่านหางจระเข้ 

สรรพคุณทางยาของว่านหางจระเข้



  1. ทานเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้งเป็นประจำทุกวันจะช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อให้ดีขึ้นกว่าเดิม
  2. นำวุ้นว่านหางจระเข้มารักษาแผลสด แผลจากการโดนของมีคม และแผลที่ริมฝีปาก โดยนำวุ้นมาแปะตรงบริเวณแผลให้มิดชิด ตามด้วยการใช้ผ้ามาปิดทับไว้
  3. ช่วยรักษาแผลถลอกและจากการถูกครูด ซึ่งแผลประเภทนี้จะให้ความเจ็บปวดอย่างมาก ดังนั้นจึงควรใช้วุ้นว่านหางจระเข้มาทาแผลแต่เพียงเบาๆ โดยเริ่มจากวันแรกควรทาบ่อยๆ เพื่อเป็นการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น อีกทั้งยังไม่ทำให้มีอาการเจ็บแผลมาก
  4. นำว่านหางจระเข้มาฝานบางๆ แล้วนำไปแปะไว้ที่แผลไฟไหม้ แผลจากการโดนน้ำร้อนลวก จะช่วยบรรเทาอาการปวดของแผลได้ ทั้งนี้ยังช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น และยังช่วยในการดับพิษร้อน เพื่อบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้
  5. วุ้นว่านหางจระเข้ช่วยทำให้แผลเป็นจางลงได้เร็ว อีกทั้งยังสามารถป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นบนผิวได้ด้วย
  6. มีส่วนช่วยรักษาตาปลาและฮ่องกงฟุต โดยการใช้วุ้นจากใบว่านหางจระเข้มาล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาปิดไว้ตรงบริเวณที่เป็น และควรหมั่นเปลี่ยนวุ้นว่านหางจระเข้บ่อยๆ จนกว่าจะดีขึ้น
  7. นำวุ้นว่านหางจระเข้มาทาลงบนผิวก่อนออกไปเผชิญกับแสงแดด จะช่วยป้องกันผิวจากอันตรายของแสงแดดได้ แถมยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ไม่ให้เกิดปัญหาผิวแห้งกร้านได้อีกเช่นกัน
  8. นำวุ้นว่านหางจระเข้มาทาผิวบ่อยๆ จะช่วยรักษาอาการผิวหนังไหม้จากแสงแดด ผิวหนังไหม้จากการฉายรังสี หรือจากการเป็นแผลเรื้อรังที่เกิดจากการฉายรังสีได้เช่นกัน
  9. รักษาฝ้าด้วยการนำวุ้นจากใบว่านหางจระเข้มารักษาให้จางลงได้
  10. วุ้นของว่านหางจระเข้ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งมันจะช่วยลดการตกสะเก็ดและลดอาการคันของโรคดังกล่าวได้
  11. รับประทานเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ จะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถนำวุ้นมาทำเป็นเครื่องดื่มด้วยการปั่นวุ้นก็ได้เช่นกัน
  12. ว่านหางจระเข้จะช่วยแก้อาการปวดศีรษะได้ เพียงตัดใบสดของว่านหางจระเข้ จากนั้นทาปูนแดงด้านหนึ่ง แล้วจึงนำเอาด้านที่ทาปูนไปปิดตรงขมับ วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี
  13. วุ้นว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะในขณะที่ท้องว่าง และช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารด้วยเช่นกัน
  14. นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกเอาแต่วุ้น แล้วนำมาทานวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ จะช่วยรักษากระเพาะลำไส้อักเสบ
  15. ในส่วนของเปลือกว่านหางจระเข้นั้นจะมีน้ำยางสีเหลือง ซึ่งในน้ำยางนั้นจะมีสารที่เรียกว่าสารแอนทราควิโนน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ดังนั้นเมื่อนำน้ำยางไปเคี่ยวจนน้ำมันระเหยออกมา จากนั้นพักไว้ให้เย็น จะได้สารสีดำหรือที่เรียกว่ายาดำ ซึ่งยาตัวนี้จะเป็นยาที่อยู่ในตำรับยาแผนโบราณที่ใช้เป็นยาระบายอยู่ในหลายตำรา
  16. เอายางจากว่านหางจระเข้มาเคี่ยวให้งวด จากนั้นพักไว้ให้เย็นจะได้ก้อนยาสีดำ หลังจากนั้นตักมาประมาณ 1 ช้อนชา แล้วเติมน้ำเดือดประมาณ 1 ถ้วย คนจนละลาย นำมาทานก่อนนอน จะช่วยรักษาอาการท้องผูกได้ดี
  17. การใช้เนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ที่ผ่านการเหลาให้เป็นปลายแหลมเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นไว้เพื่อให้วุ้นแข็งตัว แล้วนำไปเหน็บในช่องทวารหนัก จะช่วยรักษาโรคริดสีดวงได้ ทั้นี้ควรทำเป็นประจำวันละ 1-2 ครั้ง จนกว่าโรคดังกล่าวจะหาย
  18. ในส่วนของรากและเหง้าของว่านหางจระเข้นั้นจะมีส่วนช่วยในการแก้อาการหนองใน ช่วยแก้มุตกิด หรือที่หลายคนรู้จักในอีกชื่อคือระดูขาวของสตรี
ข้อควรระวัง : ก่อนใช้ว่าน ทอสอบดูว่าแพ้หรือไม่ โดยเอาวุ้นทาบริเวณท้องแขน ด้านใน ถ้าผิวไม่คันหรือแดงก็ใช้ได้
ที่มา : สุโรจน์ สารพิน.ว่านหางจระเข้.กรุงเทพฯ:มาร์เก็ตบุ๊ค,๒๕๕๕

บันทึกการอ่าน ครั้งที่ ๒๑

วันที่ ๑๗ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๑

คุณประโยชน์ของแตงไทย




☆ ๑.ผลอ่อนของแตงไทยนิยมนำมารับประทานสด ใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริก ลาบ ทำแกงอ่อม ยำ  และทำเป็นแตงดอง แต่ส่วนมากไม่นิยมทำสุก
☆ ๒.สารสกัดจากผลดิบหรือผลสุก ใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางค์ ช่วยบำรุงผิว และช่วยผลัดเซลล์ผิว
☆ ๓.ผลสุกมีรสหวานเปรี้ยว มีกลิ่นหอมแรง นิยมใช้ำแตงไทยน้ำเชื่อม บวชแตงไทยใส่ลอดช่อง ใส่ไอศกรีมเป็นต้น
☆ ๔.ยอดอ่อนจากต้นกล้าหรือยอดอ่อนจากต้นใหญ่ ใช้ปรุงอาหารจำพวกผัด แกง หรือลวกจิ้มน้ำพริก
☆ ๕.ดอก ใช้ทำแกงอ่อม แกงเลียง
☆ ๖.ดอก ใช้ตากแห้งและบดชงเป็นชาดื่ม


ที่มา : ศิริชัย วัยวุติ.คุณประโยชน์ของแตงไทย.กรุงเทพฯ:สถาพรบุ๊คก์,๒๕๕๖

บันทึกการอ่าน ครั้งที่ ๒๐

วันที่ ๑๗ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๑

คุณประโยชน์ของกล้วยน้ำว้า




กล้วยน้ำว้า สรรพคุณ ประโยชน์ บำรุงร่างกายและสุขภาพ กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ไทยที่มีมาตั้งแต่โบราณเป็นภูมิปัญญาของไทย คนไทยรู้จักกล้วยน้ำว้าเป็นอย่างดี

สรรพคุณของกล้วยน้ำว้าช่วยป้องกันโรค
๑.กล้วยน้ำว้าช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ
๒.กล้วยน้ำว้าช่วยระงับกลิ่นปากได้
๓.กล้วยน้ำว้าสามารถรักษาโรคกระเพาะได้ เพราะในกล้วยน้ำว้ามีสารแทนนินอยู่มาก
๔.กล้วยน้ำว้าแก้ท้องผูก และสามารถแก้ท้องเดินหรือท้องเสียได้



ที่มา : ไพศาล ศิริวรรณ์.กล้วยน้ำว้า.นครปฐม:กรีนปัญญากานต์,๒๕๕๗

บันทึกการอ่าน ครั้งที่ ๑๙

วันที่ ๑๗ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๑

สรรพคุณและประโยชน์ขององุ่น 



ลักษณะของต้นองุ่น
  • ต้นองุ่น จัดเป็นพรรณไม้เลื้อยจำพวกเถา มีความยาวได้ประมาณ ๑๐ เมตร ทั้งต้นมีขนปกคลุม เถาอ่อนผิวเรียบ ตามข้อเถามีมือสำหรับยึดเกาะ และมีขนปกคลุมทั้งต้น ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด
  • ใบองุ่น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปกลมรี กลมรี หรือกลมรูปไข่ มีหยักคล้ายรูปฝ่ามือ หนึ่งใบจะมีรอยเว้าประมาณ ๓-๕ รอย ปลายใบแหลม โคนใบเว้าเข้าหากันเป็นรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย เนื้อใบบาง ใต้ใบมีขนปกคลุม ความยาวและความกว้างของใบมีขนาดพอ ๆ กัน คือกว้างยาวประมาณ ๑๐-๒๐ เซนติเมตร ส่วนก้านใบนั้นยาวประมาณ ๔-๘ เซนติเมตร
  • ดอกองุ่น ออกดอกเป็นช่อตรงข้ามกันใบ ลักษณะกลมยาวใหญ่ ดอกย่อยเป็นสีเหลืองอมสีเขียว แบ่งเป็น ๕ กลีบย่อย แตกออกเป็นแฉก ๕ แฉก มีรังไข่ ๒ อัน ในแต่ละรังไข่จะมีไข่อ่อน ๒ เมล็ด ดอกมีเกสรเพศผู้ ๕ อัน ก้านเกสรเพศผู้จะมีขนาดยาว ส่วนก้านเกสรเพศเมียสั้น กลม เมื่อดอกโรยจะติดผล
  • ผลองุ่น ออกผลเป็นพวง ผลย่อยมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมหรือกลมรีเป็นรูปไข่ ผลเป็นสีเขียว สีม่วงแดง หรือสีม่วงเข้ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ที่ปลูก เปลือกผลจะมีผงสีขาวเคลือบอยู่ เนื้อในผลขององุ่นจะฉ่ำน้ำ ภายในมีเมล็ดประมาณ ๑-๓ เมล็ด ลักษณะของเมล็ดองุ่นเป็นรูปยาวรี


สรรพคุณขององุ่น 
๑.ผลมีรสหวาน เปรี้ยวเล็กน้อย เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อปอด ม้าม ไต และช่วยบำรุงโลหิต 
๒.ผลมีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง 
๓.ช่วยลดความดันโลหิตสูง
๔.ช่วยลดไขมันในเลือด
๕.ช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง
๖.ช่วยแก้อาการหัวใจเต้นผิดปกติ และเหงื่อออกแบบไม่รู้ตัว
๗.มีสรรพคุณแก้เลือดน้อย โลหิตจาง
๘.ช่วยแก้อาการไอ ไอเรื้อรัง 
๙.ช่วยรักษาอาการอาเจียนเป็นเลือด โดยใช้รากองุ่นสด
๑๐.น้ำมันจากเมล็ดองุ่นช่วยเป็นยาระบาย

ที่มา : วิทยา บุญวรพันธ์.สรรพคุณและประโยชน์ขององุ่น.กรุงเทพฯ:เจเนซิส มิเดียคอม,๒๕๕๖

วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561

บันทึกการอ่าน ครั้งที่ ๑๘

วันที่ ๔ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑

ประโยชน์ของแครอทม่วง



     ■ แครอทม่วงมีถิ่นกำเนิดมาจาก "อาฟกานิสถาน" รูปร่างภายนอกจะเป็นเนื้อสีม่วง และภายในเป็นเนื้อสีส้มอมเหลือง เหมือนเนื้อแครอททั่วไป แครอทม่วง มีสารเบต้าเคโรทีนมากกว่าแครอททั่วไป และมีสารแอนโทไซยานิน ที่มีส่วนประกอบหลักอยู่ในผักสีม่วง ทำหน้าที่ต้านสารอนุมูลอิสระ ซึ่งยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง ช่วยขยายหลอดเลือด ให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และมีสารต้านการอักเสบได้ดี 

  ประโยชน์โดยทั่วไป
🔸๑.วิตามิน A จะช่วยในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตเนื้อเยื่อของร่างกาย ซึ่งแครอทอุดมไปด้วยวิตามิน A ซึ่งอยู่ในรูปของเบต้าแคโรทีนนั่นเอง
🔸๒.ช่วยชะลอการแก่ เนื่องจากแครอทมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมากและเจ้าอนุมูลอิสระก็เป็นสาเหตุของปัญหาผิว ริ้วรอย ผิวหนังอักเสบ
🔸๓.ป้องกันผิวจากแสงแดด เนื่องจากแครอทอุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับแสงแดด และช่วยรักษาผิวไหม้จากแดดด้วยการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
🔸๔.เสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนโดยวิตามิน C ในแครอทจะช่วยสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญ สำหรับความยืดหยุ่นของผิว ลดริ้วรอย ชะลดการแก่
🔸๕.ช่วยลดความหมองคล้ำ จุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
🔸๖.ลดและปกป้องผิวจากการเกิดสิว เนื่องจากแครอทจะมี essential oil ที่จะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ ก็จะช่วยลดการเกิดสิวได้
🔸๗.รักษาแผลเป็น ในประโยชน์ของแครอทการมีผลทางการรักษาบรรเทาแผลเป็นด้วย วิตามิน A ที่มากในแครอทและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อ




ที่มา : ดร.ทอม อู๋.ประโยชน์ของแครอทม่วง.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์แจ่มใส,๒๕๕๘

บันทึกการอ่าน ครั้งที่ ๑๗

วันที่ ๔ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑

ฟ้าทะลายโจร..สมุนไพรต้านหวัด



💁 สรรพคุณของฟ้าทะลายโจร
    -ทุกส่วนของฟ้าทะลายโจรจะมีรสขม จึงมีคุณสมบัติเป็นยาได้ดี โดยสรรพคุณหลักๆของฟ้าทะลายโจรมี ๔ ประการ คือ
●๑.แก้ไข้ทั่วไป เช่นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับรองว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจรช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้ เนื่องจากมีฤทธิ์สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ผู้ที่เป็นหวัดหรือร้อนในเมื่อได้ทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเข้าไปสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น และยังสามารถช่วยให้หายจากการเป็นหวัดได้ 
●๒.ระงับอาการอักเสบ เช่น อาการไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนังฝี ฯลฯ
●๓.แก้อาการติดเชื้อ เช่น ท้องเสีย กระเพาะ หรือลำไส้อักเสบ เป็นต้น
●๔.เป็นยาขม  ช่วยให้เจริญอาหาร 

   ทั้งนี้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรสามารถเสริมภูมิต้านทานได้ดีกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ อีกทั้งยังไม่เกิดอาการง่วงนอน หรือดื้อยา เหมือนกับยาปฏิชีวนะ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับ จากสารพิษหลายๆชนิด เช่น จากยาแก้ไขพาราเซตามอล หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 


ที่มา : กองบรรณาธิการ.ฟ้าทะลายโจร...สมุนไพรต้านหวัด.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์แบงค์คอกบุ๊ค,๒๕๕๗

วันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการอ่าน ครั้งที่ ๑๖

วันที่ ๒๗ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๐

ประโยชน์ของผักโขม



   👉ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ผักโขมเป็นไม้พุ่มเตี้ยและเป็นพืชล้มลุกปีเดียว สูง ๓๐-๑๐๐ ซม. ลำต้นอวบน้ำมีสีเขียวตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขามาก โคนมีสีแดงน้ำตาล ใบเป็นใบเดียวรูปไข่คล้ายสามเหลี่ยม ใบออกแบบสลับ กว้าง ๒.๕-๘ ซม. ยาว ๓.๕-๑๒ ซม. ผิวเรียบหรือมีขนเล็กน้อย ขอบใบเรียบ หลังให้เป็นคลื่นเล็กน้อย ดอกเป็นดอกช่อสีม่วงปนเขียว ออกดอกเป็น ช่อตามซอกใบ และปลายกิ่งดอกย่อยเรียงตัวอัดกันแน่น เมล็ดมีลักษณะกลมสีน้ำตาลเกือบดำ ขนาดเล็ก
   👉การใช้ประโยชน์
●ทางอาหาร > ยอดอ่อน ใบอ่อน ต้นอ่อน นำมาต้ม ลวก หรือนึ่งให้สุก เป็นผักจิ้มน้ำพริก เช่น น้ำพริกปลาร้า ปลาจ่อม กะปิ ปลาทูและน้ำพริกอีกหลายชนิด หรือนึ่งพร้อมกับปลาทำผัดผักกับเนื้อสัตว์ นำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงเลียง เป็นต้น
●ทางยา > ดับพิษภายในและภายนอก แก้บิด มูกเลือด ริดสีดวงจมูก ริดสีดวงทวาร แก้ผื่นคัน แก้รำมะนาด รักษาฝี แผลพุพอง ใบสด>รักษาแผลพุพอง ต้น>แก้อาการแน่นหน้าอกและไอ หอบ ราก>ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ ขับปัสสาวะ



ที่มา : เดชา ศิริภัทร.คุณค่าของผักโขม.กรุงเทพฯ:นิตยสารหมอชาวบ้าน,๒๕๕๗